Black Ribbon

บีโอไอเร่งลงทุนจริงโต 27% ปั้นอุตสาหกรรมไฮเทค ดึงทุนลงลึกซัพพลายเชนไทย

02 กันยายน 2569
บีโอไอเร่งลงทุนจริงโต 27% ปั้นอุตสาหกรรมไฮเทค ดึงทุนลงลึกซัพพลายเชนไทย

บีโอไอเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงเติบโตขึ้น 27% และผลักดันให้สัดส่วนการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมมีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเป็น 20%

มุ่งเน้นส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติ เพื่อดึงดูดการลงทุนที่ช่วยยกระดับและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของไทยให้ลึกขึ้น

ใช้มาตรการอำนวยความสะดวก (Ease of Doing Business) และมาตรการเร่งด่วน (Quick Win) ด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรและการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน

นางสาวศิธาศินี สมิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ / BOI) เปิดเผยในงานสัมมนา New Horizon : Thailand Investment Play จัดโดยกรุงเทพธุรกิจว่า การขับเคลื่อนการลงทุนของไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เป็นผลงานของ BOI เพียงหน่วยงานเดียว แต่เกิดจากการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ตลาดทุน และสมาคมธนาคารไทย เพื่อผสมผสานมาตรการด้านการเงินและการคลัง พร้อมเร่งอำนวยความสะดวกให้โครงการลงทุนเดินหน้าได้จริง

ลงทุนจริงโต 27% ดัน Contribution แตะ 20%

นางสาวศิธาศินีกล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินลงทุนสำคัญไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ แผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) และ PCBA ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญต่อการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในระยะต่อไป

เป้าหมายสำคัญของ BOI คือการทำให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ได้ลึกขึ้น โดยเฉพาะการขยับจากการลงทุนในกิจกรรมปลายน้ำไปสู่กิจกรรมต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้สูง ซึ่งจะช่วยสร้างฐานการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่การให้สิทธิประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเอื้อต่อการลงทุนด้วย เพราะหากกระบวนการขอใบอนุญาตหรือการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ล่าช้า ก็จะส่งผลให้การลงทุนเกิดขึ้นจริงได้ช้าเช่นกัน

“Ease of Doing Business” จึงเป็นอีกกลไกสำคัญที่ BOI ให้ความสำคัญ โดยมีการติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านใบอนุญาตและขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าลงทุนได้ตามแผน

นอกจากนี้ BOI ยังมีกลไก “Thailand  FastPass” ที่ทำงานร่วมกับ 8 หน่วยงาน เพื่อเร่งอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การพิจารณาสิ่งแวดล้อม (EIA) กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร ไปจนถึงระบบสาธารณูปโภคและไฟฟ้า ซึ่งกลไกดังกล่าวช่วยสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถเปลี่ยนคำขอรับการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนจริงได้

ผลจากการเร่งรัดดังกล่าวทำให้ยอดการลงทุนจริงเพิ่มขึ้น 27% จากเดิมประมาณ 500,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันสัดส่วน Contribution ของการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพิ่มจากระดับประมาณ 10-15% ในอดีต มาอยู่ที่ราว 20% ในปีนี้ และ BOI คาดหวังว่าจะผลักดันให้การลงทุนจริงเติบโตต่อเนื่อง

2 Quick Win เร่งทักษะ-ยกระดับอุตสาหกรรม

สำหรับมาตรการเร่งรัดการลงทุน หรือ Quick Win BOI ให้ความสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาทักษะบุคลากรของไทย และการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรม (Transformation) เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับสูงจากการลงทุนใหม่

ในส่วนการพัฒนาทักษะ BOI ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

ขณะที่มาตรการ Transformation มุ่งเน้นทั้งด้านความยั่งยืนและดิจิทัล โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมสามารถได้รับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาประสิทธิภาพอุตสาหกรรม 50% ของเงินลงทุนจริง เปรียบเสมือน “คนละครึ่งภาคอุตสาหกรรม” พร้อมเชื่อมโยงการสนับสนุนสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ซึ่งเป็นมาตรการของกระทรวงการคลัง การทำงานร่วมกันระหว่างมาตรการส่งเสริมการลงทุน การเงิน และการคลัง จึงเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนจากยอดขอรับการส่งเสริมไปสู่ “การลงทุนจริง” และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทย

ไม่วัดแค่ยอดเงิน เน้น “คุณภาพการลงทุน”

นางสาวศิธาศินีกล่าวถึงข้อกังวลเรื่องการลงทุนที่กระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมว่า BOI ไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวเลขเม็ดเงินลงทุน แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของการลงทุนควบคู่กันไป ทั้งนี้การที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีสัดส่วนเงินลงทุนสูง เป็นผลจากลักษณะธุรกิจที่ต้องใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์มูลค่าสูง ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้ความรู้เข้มข้น เช่น Software Development แม้มีมูลค่าเพิ่มสูง แต่เม็ดเงินลงทุนต่อโครงการอาจไม่มากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการผลิต

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ BOI ให้ความสำคัญคือ ระบบอัตโนมัติและเครื่องจักรระบบอัตโนมัติ (Automation) ซึ่งมีการส่งเสริมทั้งด้าน Demand และ Supply โดย ฝั่ง Demand คือผู้ประกอบการเดิมที่ต้องการยกระดับประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ BOI มีมาตรการสนับสนุนโดยให้สิทธิประโยชน์ในมูลค่า 50% ของเงินลงทุนจริง ขณะที่ฝั่ง Supply มุ่งสนับสนุนผู้จัดระบบ หรือ System Integrator (SI) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ทักษะด้านการออกแบบวิศวกรรมและองค์ความรู้สูง

BOI เริ่มให้น้ำหนักกับการพัฒนา SI มากขึ้นตั้งแต่ปี 2560 และปัจจุบันมีสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยการทำให้ SI เข้าถึงตลาดและเชื่อมโยงกับผู้ใช้งานจริง จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ในประเทศตามมา

เชื่อมผู้ผลิตไทย รับลงทุนใหม่-ดัน EV ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ

ขณะเดียวกัน BOI ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในห่วงโซ่อุปทานผ่านกิจกรรม Subcon Thailand ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมานานกว่า 17-18 ปี เพื่อเป็นสะพานเชื่อมผู้ประกอบการไทยเดิมกับนักลงทุนรายใหม่ที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ

สำหรับข้อกังวลว่าการลงทุน EV รายใหม่อาจไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากนัก นางสาวศิธาศินีระบุว่า หากพิจารณาเป็นรายโครงการจะพบว่า ในช่วงเริ่มต้นผู้ผลิตจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและรับรองคุณภาพวัตถุดิบและชิ้นส่วน หรือ Qualifying Process

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ระยะขยายการผลิตของค่ายรถที่ตั้งโรงงานในไทยมาแล้วประมาณ 2-3 ปี ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตสัญชาติใด จะพบว่าสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50-60% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์

“การเปลี่ยนผ่านอาจต้องใช้เวลา” แต่ BOI พยายามวางกลไกเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยที่ต้องการปรับตัวไปสู่การผลิตชิ้นส่วนหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น ก็มีมาตรการรองรับและพร้อมสนับสนุน"

นอกจากนี้ BOI ยังทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย ให้สามารถก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Global Supply Chain ได้อย่างมั่นคง ภาพการลงทุนของไทยในระยะต่อไปจึงไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างยอดเงินลงทุน แต่เป็นการดึงการลงทุนที่มีคุณภาพ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศให้กลายเป็นฐานการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว


แหล่งที่มา : https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/667534

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.